Loading…

READY TO ROCK?

Click the button below to start exploring our website and learn more about our awesome company
Start exploring

สายดื่มระวังเสี่ยงลำไส้แตก

กรณีโลกออนไลน์ สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อว่า “Wananon Pradmontin” โพสต์ข้อความเตือนเรื่องการดื่มสุรา ระบุว่า “ขอเขียนอะไรมีประโยชน์หน่อยละกัน คนไข้มาด้วยอึดำ อ้วกเป็นเลือดถึง 4 คน เกริ่นก่อนว่านี่คือเรื่องเหล้าที่เห็นในมือไม่ใช่ขี้นะ จริงๆ มันคือเลือด เลือดที่ไหลซึมจากหลอดอาหาร เป็นเลือดที่หมักหมมอยู่ในลำไส้แตก โดนแบคทีเรียในลำไส้ย่อยสลายมาอย่างน้อยก็ 12 ชม. จนเป็นสีดำเหนียว” ภายหลังจึงมีการแชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ตามที่ปรากฏบนโลกออนไลน์

นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร อ.ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนักวิจัยในศูนย์วิจัยปัญหาสุรา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ความรู้ว่า ปกติแล้วถ้าคนไข้มาด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือดและถ่ายอุจจาระสีดำเหนียว จะสงสัยภาวะเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนบน โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่พบบ่อยมากที่สุด คือ โรคบาดแผลที่กระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็ก และโรคเส้นเลือดในหลอดอาหารแตก ซึ่งเมื่อผู้ป่วยอาเจียนออกมาจากตำแหน่งดังกล่าวจึงมีสีแดงสด แต่หากเลือดดังกล่าวไหลออกทางทวารหนัก จะกลายเป็นสีดำเหนียวคล้ายยางมะตอย เนื่องจากสารในเม็ดเลือดแดงในเลือดได้รวมกับกรดในกระเพาะอาหาร เลือดสีแดงสดกลายเป็นสีดำเหนียว ทั้งนี้การดื่มสุราติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน คือ สาเหตุหลักของโรคตับแข็ง ซึ่งมีโรคเส้นเลือดในหลอดอาหารแตก เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการอาเจียนเป็นเลือด และถ่ายอุจจาระสีดำเหนียวดังกล่าวได้
“เบื้องต้นแพทย์ประเมินภาวะวิกฤตฉุกเฉิน ที่อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิต โดยอาจให้สารน้ำหรือเลือดทดแทนทางหลอดเลือดดำกับคนไข้ รวมถึงอาจใส่สายสวนทางจมูกเพื่อหาสาเหตุ ก่อนที่จะปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร เพื่อส่องกล้องตรวจทางปากเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนและให้การรักษาที่ถูกต้อง การดื่มสุราเป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งของโรคตับแข็ง (สาเหตุอื่นๆ เช่น ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ) ที่จะทำให้เซลล์ตับได้รับความเสียหาย และมีลักษณะที่เนื้อตับเกิดพังผืด ซึ่งจะทำให้การทำงานขอบตับเสียไป และส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด ทำให้ความดันเลือดสูงในระบบหลอดเลือดดำของตับ ซึ่งจะทำให้เกิดโรคเส้นเลือดในหลอดอาหารแตกได้” นักวิจัยในศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ระบุ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth